Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
Cara bermain saham agar mendapatkan keuntungan sebesar 1000 Baht per hari Artikel analisis untuk pemula
ในปัจจุบันหลายคนสนใจการลงทุนในหุ้นเพื่อให้ได้รายได้เสริมหรือเป็นอาชีพหลัก คำถามที่พบบ่อยคือ “ทำได้จริงหรือที่จะได้กำไรวันละ 1000 บาท?” คำตอบคือ ได้แน่นอน มีเทรดเดอร์อยู่จำนวนไม่น้อยที่ทำได้อย่างสม่ำเสมอ แต่การที่จะสำเร็จนั้นต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการวางแผนที่ดี
ความรู้คือรากฐาน: ขั้นแรกที่ต้องลงทุนให้ตัวเอง
ในยุคเศรษฐกิจปัจจุบันแม้จะมีรายได้จากงานประจำ แต่ปัญหาเงินเฟ้อทำให้มูลค่าของเงินลดลงอย่างต่อเนื่อง สินค้า ค่าอาหาร ค่าขนส่ง ล้วนปรับตัวสูงขึ้นหลังจากช่วงวิกฤตที่ผ่านมา
ถ้าคิดดู ฝากประจำ 100,000 บาท ได้ดอกเบี้ยเพียง 2-5% ต่อปี (ประมาณ 2,000-5,000 บาท) หมายความว่าเฉลี่ยต่อเดือนได้แค่ 200-400 บาท ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการสร้างความมั่นคงทางการเงิน ดังนั้น ความรู้และเข้าใจตลาดจึงเป็นการลงทุนที่สำคัญที่สุด
วิธีการหาความรู้นั้นหลากหลาย เช่น ศึกษาจากยูทิวบ์ อ่านหนังสือการลงทุน หรือเข้าร่วมคอร์สเรียนอย่างเป็นระบบ ควรมองหาคอร์สที่สอนกลยุทธ์สร้างกระแสเงินสดระยะสั้น เพื่อตอบโจทย์การทำกำไรตามเป้าหมาย
การตั้งเป้าหมายกำไร: ทำได้ไหมจริง ๆ?
ใช่ นักลงทุนจำนวนมากแชร์ผลกำไรเป็นหลักพันถึงหลักหมื่นต่อวัน แต่ความสำคัญคือต้องเข้าใจว่าต้องเตรียมตัวยังไง
ทุนเริ่มต้นที่เหมาะสม
ขึ้นอยู่กับลักษณะการเทรดและเป้าหมายผลตอบแทนของแต่ละคน:
ตัวเลือกที่ 1: ทุนน้อย (1,000 USD ≈ 34,000 บาท)
ตัวเลือกที่ 2: ทุนมาตรฐาน (3,000 USD ≈ 100,000 บาท)
เมื่อเลือกแพลตฟอร์มเทรด สิ่งสำคัญคือระเบียบสากล การเสมอภาค และการบริการที่เชื่อถือได้ ทำให้สามารถใช้เลเวอเรจหรือผลตอบแทนที่สูงได้ และไม่ต้องเฝ้าจอตลอดเวลา
กลเม็ดสำหรับผู้เริ่มต้น: ใช้บัญชีทดลองด้วยเงินจำลองก่อนเพื่อฝึกฝนเครื่องมือและกลยุทธ์ การเริ่มต้นด้วยการทำกำไรน้อย ๆ และค่อย ๆ ปรับเพิ่มตำแหน่งเมื่ออารมณ์ว่าซ้ำ ๆ นั้นสำคัญมากสำหรับการสร้างความเชื่อมั่น
ยอมรับความผันผวน: ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนมักมองข้าม
สิ่งที่ทำให้นักเทรดหลายคนต้องถูกตัดออกจากตลาดก็คือ ความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการขาดทุนหรือตลาดที่เคลื่อนไหวอย่างจ้ำจี้ เมื่อมีเหตุการณ์ใหญ่ (สงคราม ข่าวเศรษฐกิจ ฯลฯ) ความผันผวนจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ความจริงข่มขืนกว่านั้นคือ เมื่อตลาดเปลี่ยนทิศ นักลงทุนรายเล็กมักจะเจ็บปวดมากกว่ารายใหญ่ ดังนั้นควรศึกษาเรื่องการจัดการความเสี่ยงและ stop loss ให้ชัดเจน เพื่อรักษาเงินทุนให้อยู่ปลอดภัยและสามารถกลับมาเทรดใหม่ได้
สองวิธีเทรดหุ้นให้ได้กำไรวันละ 1000 บาท
วิธีที่ 1: เทรดหุ้นระยะสั้น (Short-term Trading)
เล่นแบบนี้คือการซื้อขายภายในเวลาสั้น ๆ ตั้งแต่นาทีเดียวจนถึงชั่วโมง โดยตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
หลักการปฏิบัติ:
ตัวอย่างจากกรณีศึกษา: หุ้น AAPL เมื่อต้นสิงหาคม ราคาลงมาที่ $200 ก่อนฟื้นตัว วันที่ 16 กันยายน ลงมาที่ $213 (จุดต่ำที่สูงขึ้น) นี่คือสัญญาณซื้อ ตั้ง Stop Loss ที่จุดต่ำของแนวโน้ม เมื่อราคา Breakout ออกจากสามเหลี่ยมปิดออเดอร์ กำไร ซ้ำเดิมในครั้งถัดไปเมื่อ 4 พฤศจิกายน ราคาลงมาที่ $213 อีก ผลที่ได้คือ 2 ครั้งเทรด ที่มีอัตราความเสี่ยง-ผลตอบแทน 3.3 เท่า
วิธีที่ 2: เทรดหุ้นระยะยาว (Long-term Investing)
ลงทุนแบบนี้มองหาแนวโน้มที่ยาวขึ้น ซื้อแล้วถือไว้เพื่อรอผลกำไร
หลักการปฏิบัติ:
ข้อมูลที่ควรวิเคราะห์: วิเคราะห์รายได้, กำไร, สภาพการเงิน, กระแสเงินสด, อัตราผลตอบแทน และสถานการณ์ตลาด
ความเสี่ยงสำคัญ: ต้องระวัง 4 สิ่งนี้
1. ความผันผวนของตลาด
ทุกหุ้นมีลักษณะเฉพาะ ทองคำผันผวนสูง ขาดทุนหรือเก็บกำไรได้ขึ้นอยู่กับวินาทีหรือข่าวที่ออกมา
2. การสูญเสียเงินต้น
หลายคนมองข้ามไปแค่ฝันถึงกำไร แต่ลืมว่าเงินต้นมีค่ามากกว่า ถ้าขาดทุน 5-10% ยังกลับมาได้ง่าย แต่ถ้า -30-40% เกือบเสียครึ่งพอร์ตแล้ว
3. ความไม่รู้
มือใหม่มักพบปัญหาที่ไม่คาดคิด เช่น ค่า SWAP (ค่าถือออเดอร์ค้างคืน) Slippage (กระโดดข้ามราคา) ที่ไม่รู้เป็นหนี้มือดั้ง
4. การเลือกแพลตฟอร์มเทรด
ต้องเลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับการควบคุมและมีมาตรฐานสากล ระบบฝาก-ถอนต้องโปร่งใสและง่ายดาย
เค้าแบบหลังสุด: วิธีเริ่มต้นปฏิบัติจริง
กลไกการเติบโต: เมื่อเทรด $100 มากจาก $100 ได้อย่างต่อเนื่อง ปรับเพิ่มเป็น $1,000 เมื่อเทรด $2,000 จาก $1,000 ได้คงที่ปรับขึ้นต่อไป ด้วยวิธีนี้เมื่อปรึกษาความเชี่ยวชาญ คุณจะได้รายได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ และการบวกทบจากดอกเบี้ยทบต้นจะช่วยให้รายได้เกินคาดได้
คำถามที่พบบ่อย
Q: ต้องมีเงินขั้นต่ำเท่าไหร่? A: แพลตฟอร์มสมัยใหม่รองรับการเริ่มต้นด้วยจำนวนน้อย ตั้งแต่ $50 ขึ้นไป
Q: จะรู้ได้ยังไงว่าหุ้นมีพื้นฐานดี? A: ศึกษาประวัติรายได้ ความสม่ำเสมอของกำไร ประเภทธุรกิจ เช่น AAPL เป็นเทคโนโลยีที่ปล่อยสินค้าใหม่บ่อย แต่ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวรายได้อาจลดลง
Q: จังหวะซื้อ-ขายที่ดีคืออะไร? A: สองวิธี (1) ถ้าพื้นฐานยังดี เมื่อตลาดตกใจขายออกจำนวนมาก นั่นคือจังหวะสะสม หรือ (2) ใช้กราฟเทคนิคเพื่อหาสัญญาณ
สรุป
ได้ไหมที่จะกำไรวันละ 1000 บาท? ใช่ได้แน่นอน นักลงทุนหลายคนทำได้อย่างสม่ำเสมอ บางคนยังกำไรถึงหลักหมื่น แต่การสำเร็จต้องอาศัย:
เมื่อรวมปัจจัยเหล่านี้ การได้รับผลตอบแทนที่เสถียรจากการเทรดหุ้นจึงเป็นไปได้อย่างแน่นอน