Trang này có thể chứa nội dung của bên thứ ba, được cung cấp chỉ nhằm mục đích thông tin (không phải là tuyên bố/bảo đảm) và không được coi là sự chứng thực cho quan điểm của Gate hoặc là lời khuyên về tài chính hoặc chuyên môn. Xem Tuyên bố từ chối trách nhiệm để biết chi tiết.
Giao dịch cổ phiếu vào năm 2025: Dù thế nào cũng không dễ để có lợi nhuận, nhưng không phải là điều đáng sợ
เป็นเรื่องธรรมชาติที่หลายคนสนใจการเทรดหุ้น แต่ก็ย่างเดินเข้าไปด้วยความระแวง ทำไมล่ะ เพราะทั่วไปได้ยินแต่เรื่องวิบากและความสลับซับซ้อน แต่หากเราเข้าใจวิธีการพื้นฐานและเตรียมตามเส้นทางที่เหมาะสม การเทรดหุ้นก็เปลี่ยนจากสิ่งน่ากลัวมาเป็นสิ่งที่สามารถควบคุมได้ครับ
เทรดหุ้นคืออะไรกันแน่
ในที่สุดแล้ว เทรดหุ้น ก็คือการซื้อขายหุ้นในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อให้ได้กำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคา ต่างกับการลงทุนไว้นานๆ ที่มุ่งเก็บหุ้นไว้เพื่อรอผลตอบแทนในอนาคต การเทรดคือการเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดนิ่ง ต้องใช้ปฏิบัติการอย่างรวดเร็วและการตัดสินใจที่สำคัญ
สิ่งที่ทำให้สนใจคือ โอกาสได้กำไรเกิดขึ้นได้ทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลง ตราบเท่าที่เราคาดการณ์ทิศทางได้พอใจ แต่ยุ่งปัญหาคือ ความเสี่ยงนั้นสูงกว่าการลงทุนปกติ เพราะการตัดสินใจต้องเร็ว และการเปลี่ยนแปลงราคาในช่วงสั้นนั้นคาดไม่ได้ง่าย
นักเทรดที่มีประสบการณ์มักใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค คือดูจากกราฟ ปริมาณการซื้อขาย และเครื่องมือบอกสัญญาณต่างๆ เพื่อจับจังหวะที่ดี บางท่านก็นำปัจจัยด้านพื้นฐานมาร่วมด้วย แต่สำหรับท่านที่เล่นใหม่แนะนำให้เริ่มจากการเข้าใจสิ่งพื้นฐานก่อน
6 ขั้นตอนหลักที่นักเทรดต้องทำ
ขั้นตอนแรก: ค้นหาบริษัทหลักทรัพย์ที่เหมาะสม
ก่อนจะลุยการเทรด จำเป็นต้องมีบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์เสียก่อน ตลาดปัจจุบันมีตัวเลือกมากมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตัวที่ควรดูคือ ค่าธรรมเนียม ความน่าไว้ใจ และการใช้งานได้สะดวก
การขออนุญาตบัญชีส่วนใหญ่ไม่ยุ่งยากนัก เอกสารไม่เยอะ และทำได้ผ่านเครือข่าย บ่อยครั้งจะมีเงินฝากน้อยที่สุด แต่จำนวนนั้นก็ไม่ใหญ่หลวง หลายแห่งจะเริ่มเพียงไม่กี่ร้อยบาท
ขั้นตอนสอง: ตั้งแบบแพลนเงินทุนให้ชัดเจน
นี่คือขั้นตอนที่บอกได้ว่าสำคัญมาก ต้องมีแบบแพลนว่าจะนำเงินจำนวนเท่าไหร่เข้าสู่การเทรด และเงินนั้นต้องเป็นเงินที่สูญเสียได้ ไม่ใช่เงินฉุกเฉิน หรือเงินสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ของชีวิตประจำวัน
นักเทรดมืออาชีพใช้หลักการคร่าวๆ ว่า หา่นใช้เกิน 10% ของสินทรัพย์ทั้งหมดในหุ้นตัวเดียว และต่างหรือจะเริ่มด้วยจำนวนน้อยๆ ก่อน เมื่อไดหม่ันใจมากขึ้นค่อยเพิ่มทุน
แบบแพลนนี้ยังรวมถึงการกำหนดว่าจะรับกำไรหรือตัดขาดทุนเท่าไหร่ต่อการเทรดนัดหนึ่ง หลายคนพูดกันว่า ไม่ควรปล่อยให้สูญเสียเกิน 2-3% ของเงินทุนทั้งหมดต่อการเทรดเดียว
ขั้นตอนสาม: ศึกษาคำสั่งซื้อขายให้รู้เรื่อง
การเทรดหุ้นต้องรู้จักคำสั่งซื้อขายหลากประเภท ส่วนใหญ่ที่ใช้กันมักจะเป็น
Market Order: คำสั่งซื้อหรือขายทันทีตามราคาตลาดที่มีอยู่ ข้อดีคือเร็ว แต่ข้อเสียคือราคาอาจไม่ตรงจริง
Limit Order: คำสั่งซื้อหรือขายในราคาที่เรากำหนด จะทำการซื้อขายได้ก็ต่อเมื่อราคาตรงกับจุดที่เราบอกไว้ เสด็จได้ราคาแน่นอน แต่อาจไม่ทำรายการ
Stop Loss และ Take Profit: สองคำสั่งนี้ช่วยจัดการความเสี่ยงได้อย่างดี Stop Loss ช่วยตัดเงินขาดทุน Take Profit ช่วยจับโอกาสในการปิดตำแหน่งขณะกำไร
ขั้นตอนสี่: ลองแต่งใจด้วยบัญชีจำลองก่อน
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะลงเงินจริงเลย ขอแนะนำให้ลองใจด้วยบัญชีจำลองก่อน บริษัทหลักทรัพย์ส่วนใหญ่มีให้บริการ การฝึกจำลองช่วยให้เคยชินกับการเทรดจริงๆ แต่ไม่เสียเงินจริง
ในขณะที่ฝึก ให้เลือกหุ้นตัวหนึ่งแล้ววิเคราะห์ ติดตามดูว่าทำนายได้ถูกหรือเปล่า ทำแบบนี้ไป 3-6 เดือน จะช่วยให้เข้าใจ ตลาดมากขึ้นและสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจ
นอกจากนี้การฝึกยังช่วยให้ได้ทดลองกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อรู้ว่าอันไหนเหมาะกับตัวเราที่สุด และไม่น้อยไปกว่านั้น ได้เรียนรู้จิตวิทยาการเทรด ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมองข้าม
ขั้นตอนห้า: เปรียบเทียบผลการทำงานกับดัชนี
เป้าหมายของการเทรดคือให้ผลตอบแทนดีกว่าการลงทุนในดัชนี เช่น SET Index หรือ S&P 500 ถ้าเราเทรดแล้วได้ 5% ต่อปี แต่ดัชนีขึ้น 10% แสดงว่าเรายังไม่ประสบความสำเร็จ
การเปรียบเทียบแบบนี้ช่วยให้เห็นภาพที่ชัด ว่าวิธีการของเราเหมาะสมจริงหรือไม่ ถ้าไม่ดีกว่า อาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ หรือพิจารณาลงทุนแบบอื่น
ขั้นตอนหก: ไม่ลืมมองในระยะไกล
แม้ว่าการเทรดจะเป็นการซื้อขายระยะสั้น แต่การคิดในระยะยาวก็ยังสำคัญ อย่าคิดว่าจะรวยข้ามคืน การเทรดที่เพราะพยายามต้องอาศัยความอดทน การศึกษาต่อเนื่อง และการควบคุมอารมณ์ที่ดี
นักเทรดที่ประสบความสำเร็จมักมีแนวทางเดียวกัน คือการเทรดเป็นเพียงชิ้นหนึ่งของพอร์ตการลงทุน ไม่ใช่ทั้งหมด ควรมีการลงทุนระยะยาวในอย่างอื่นด้วย
จัดการความเสี่ยง: กุญแจถึงการเทรดที่ยั่งยืน
ความสามารถในการจัดการความเสี่ยงคือเอกสารสำคัญที่ทำให้การเทรดประสบผล เพียงแต่เราคาดการณ์ได้ 60% ก็สามารถทำกำไรได้ ถ้าบริหารความเสี่ยงเป็นอย่างดี
ข้อเสนอแนะที่หนึ่ง: การแบ่งตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ห้ามเอาทั้งหมดไปลงหุ้นตัวเดียว ต้องแบ่งเงินทุนออกเป็นหลายชิ้น แต่ละครั้งที่เทรดไม่ควรเสี่ยงเกิน 2-3% ของเงินทั้งหมด วิธีนี้ช่วยให้รอดพ้นจากการขาดทุนครั้งใหญ่ที่อาจทำลายบัญชี
ข้อเสนอแนะที่สอง: การใช้ Stop Loss อย่างเป็นธรรมชาติ
Stop Loss คือการกำหนดจุดว่าถ้าราคาลงจนถึงจุดนี้ต้องขายออกไป นี่เป็นการป้องกันตัวเองจากการขาดทุนมากจนไม่ยี่หระ หลักการเป็นต้องกำหนดจุดนี้ก่อนที่จะเข้าซื้อ ไม่ใช่หลังจากราคาลงแล้ว
ข้อเสนอแนะที่สาม: ระวังคำแนะนำจากแหล่งไม่น่าเชื่อถือ
บนโซเชียลมีดีและไม่ดีผสมกัน หลายคนอาจบอกเรื่องที่มีผลประโยชน์แอบแฝง หรือไม่รู้เรื่องจริงๆ การพึ่งพาคำแนะนำโดยไม่วิเคราะห์เองเป็นความเสี่ยงสูง ที่ดีที่สุดคือเรียนรู้วิธีวิเคราะห์เอง ใช้ข้อมูลจากแหล่งที่ไว้ใจได้ และเข้าใจลึกๆ ก่อนเทรด
ข้อเสนอแนะที่สี่: เก็บบันทึกและจัดการภาษี
บันทึกการเทรดทุกครั้งเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งเพื่อวิเคราะห์ตัวเอง และเพื่อจัดการภาษี ในประเทศไทย กำไรจากการเทรดต้องเสียภาษี และมีวิธีคำนวณที่ซ่อนทะลาย
ข้อเสนอแนะที่ห้า: สร้างสมดุลระหว่างการเทรดและลงทุนยาว
การเทรดนั้นให้ความตื่นเต้น แต่ไม่ควรเป็นวิธีการลงทุนหลักเพียงอย่างเดียว พอร์ตการลงทุนที่หลากหลาย ทั้งระยะสั้นและระยะยาว จะช่วยลดความเสี่ยงที่รวมกัน
วิธีปฏิบัติตัวในการเทรดหุ้นสำหรับมือใหม่
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น การเลือกแพลตฟอร์มและเครื่องมือที่เหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
หลายบริษัทหลักทรัพย์ในปัจจุบันมีบัญชีจำลองให้ฟรี โดยจำลองสภาพการซื้อขายที่เกือบจะจริงตัวจริง เงินจำลองอาจมีตั้งแต่ร้อยพันถึงสิบล้านบาท ให้เลือกปฏิบัติตัวแบบที่ใกล้เคียงกับเงินจริงที่จะใช้
ค่าบริการและการสนับสนุนมือใหม่ก็ต่างกันไป บางแห่งมีศูนย์กลางการศึกษาที่ครอบคลุม ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้นสูง มีกราฟ ปฏิทินเศรษฐกิจ และข่าวสารแบบเรียลไทม์
ที่สำคัญที่สุด ต้องหากับบริษัยที่ได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานที่เหมาะสม มีระบบจัดการความเสี่ยงที่ดี และมี Stop Loss และ Take Profit ที่ใช้งานง่าย
สรุปและข้อคิด
ท้ายสุดแล้ว การเทรดหุ้นเป็นทักษะที่สามารถพัฒนาได้ แต่ต้องใช้เวลา การศึกษาอย่างไม่หยุด และการจัดการความเสี่ยงที่ดี เริ่มจากพื้นฐาน ฝึกหนัก และค่อยๆ ลงเงินจริงเมื่อมั่นใจ
การเทรดที่ประสบผลไม่ได้มาจากการหวังดี แต่มาจากความรู้ ประสบการณ์ และวินัยในการคุมความเสี่ยง ทำให้การเทรดหุ้นกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติมได้อย่างมีประสิทธิภาพ