เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีบุคคลไม่ประสงค์ดีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของ "คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์" หรือ "สำนักงานตรวจสอบ" อ้างว่ามีการโอนเงินผิดปกติในบัญชีธนาคารของประชาชน และยังสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้อย่างแม่นยำ พยายามหลอกลวงให้ประชาชนโอนเงินของตนเอง ช่วงใกล้ปีใหม่เป็นเวลาที่กลุ่มมิจฉาชีพเร่งทำยอดขาย อย่าลืมเตือนผู้สูงอายุรอบข้างด้วย อย่าเพียงแค่ตกใจและยอมรับไปโดยง่าย เพราะอาจทำให้เงินบำนาญของคุณสูญเปล่า
เทรนด์ใหม่ของการหลอกลวงในไต้หวัน: เจ้าหน้าที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์โทรศัพท์เพื่อระงับบัญชี
เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีบุคคลไม่ประสงค์ดีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของ "คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์" หรือ "สำนักงานตรวจสอบ" อ้างว่ามีการโอนเงินผิดปกติในบัญชีธนาคารของประชาชน และบัญชีถูกจัดอยู่ในรายการควบคุมหรือระงับแล้ว พร้อมอ้างว่าสามารถช่วยดำเนินการได้ ซึ่งเป็นการหลอกลวงของกลุ่มมิจฉาชีพ กลุ่มนี้มักดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ โดยใช้ความกลัวกฎหมายและอำนาจของรัฐเป็นเครื่องมือ:
ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่: ผู้โทรอ้างตัวเป็น "เจ้าหน้าที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์" หรือ "เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจสอบ" หรือแม้แต่สามารถบอกชื่อและเลขบัตรประชาชนของคุณได้อย่างแม่นยำ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
สร้างความตื่นตระหนก: แจ้งว่าบัตรประชาชนของคุณถูกขโมยไปเปิดบัญชี มีธุรกรรมผิดปกติ หรือบัญชี "เกี่ยวข้องกับคดีอาญา" "มีการโอนเงินจำนวนมากผิดปกติ" "ถูกจัดอยู่ในรายการควบคุมเป็นบัญชีเตือนภัย" และยังแจ้งรายละเอียดบัญชีเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนแจ้งความกับตำรวจ
อ้างอำนาจในการควบคุม: อ้างว่าทำเพื่อ "พิสูจน์ความบริสุทธิ์" หรือ "ปลดล็อคการระงับ" ให้คุณคลิกลิงก์ในข้อความ สแกนแอปพลิเคชันเฉพาะ (อาจเป็นซอฟต์แวร์ควบคุมระยะไกล) หรือโอนเงินเข้าบัญชี "ที่กำหนดไว้สำหรับการควบคุม"
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ไม่มีอำนาจ "ระงับบัญชี"
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์เน้นย้ำผ่านข่าวประชาสัมพันธ์หลายครั้งว่า "สามไม่" ได้แก่:
ไม่ติดต่อประชาชนโดยตรง
ไม่ระงับ/ควบคุมบัญชี
ไม่ขอให้โอนเงิน
การระงับบัญชีเป็นอำนาจของ "ธนาคาร" คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ไม่มีข้อมูลการทำธุรกรรมส่วนตัวของประชาชน และไม่มีอำนาจในการตรวจสอบหรือระงับเงินในบัญชีของประชาชน
ใกล้ปีใหม่ กลุ่มมิจฉาชีพเร่งทำยอดขาย สายด่วน 165 เพื่อความปลอดภัย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติของกระทรวงมหาดไทยไต้หวันได้ตั้งสายด่วน 165 เพื่อเป็นศูนย์กลางให้คำปรึกษา แจ้งเบาะแส และแจ้งความเกี่ยวกับการหลอกลวงในระดับประเทศ
เมื่อได้รับสายโทรศัพท์ ข้อความ หรือเห็นโฆษณาการลงทุนออนไลน์ที่น่าสงสัย ควรโทรสายด่วน 165 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยวิเคราะห์ว่านี่เป็นการหลอกลวงหรือไม่ หากพบเว็บไซต์หลอกลวง ไลน์ ID หลอกลวง หรือ URL ฟิชชิ่ง ก็สามารถโทรสายด่วน 165 เพื่อแจ้งข้อมูล ช่วยตำรวจในการปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายเหล่านี้
สายด่วน 165 รับสายจากประชาชนเป็นหลัก หากคุณได้รับสายที่แสดงหมายเลข "165" หรือ "+165" นั่นคือการหลอกลวง (กลุ่มมิจฉาชีพมักใช้เทคนิคปลอมแปลงหมายเลขโทรศัพท์)
เตือนทุกคน นอกจากข้อมูลส่วนตัวอาจถูกกลุ่มมิจฉาชีพเข้าถึงแล้ว พวกเขายังอาจใช้การสนทนาเพื่อหลอกลวงข้อมูลส่วนตัวของคุณ โดยเฉพาะในช่วงใกล้ปีใหม่เป็นเวลาที่กลุ่มมิจฉาชีพเร่งทำยอดขาย อย่าลืมเตือนผู้สูงอายุรอบข้างที่ไม่คุ้นเคยกับธุรกิจการเงิน ให้ระวังอย่าเพียงแค่ตกใจและยอมรับไปโดยง่าย เพราะอาจทำให้เงินบำนาญของคุณสูญเปล่า
บทความนี้ "假金管會" 衝年關業績!精準報個資千萬別上當 เผยแพร่ครั้งแรกใน ข่าวสารเครือข่าย ABMedia