ข่าว Gate News, ในเดือนมีนาคม 2026 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นรายเดือนถึง 60% ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1988 และตั้งแต่ต้นปีมียอดปรับขึ้นสะสมแล้วราว 72% การขึ้นอย่างรวดเร็วนี้เป็นผลหลักจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานทวีความรุนแรงขึ้น ภัยคุกคามต่อเส้นทางเดินเรือสำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้นักเทรดรีบสะท้อนความเสี่ยงไว้ในราคา ส่งผลให้ตลาดพลังงานเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันครั้งนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง การผลิต และต้นทุนในห่วงโซ่อุปทานเพิ่มขึ้นโดยตรง โดยบริษัทมักถ่ายโอนต้นทุนไปยังผู้บริโภค จึงทำให้ราคาสินค้าทั่วไปปรับขึ้น ในทางกลับกัน ธนาคารกลางของแต่ละประเทศอาจต้องเข้มงวดนโยบายการเงิน ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนในตลาดการเงิน และสร้างแรงกดดันต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ราคาน้ำมันที่สูงยังส่งผลกระทบต่อทั้งตลาดหุ้นและตลาดคริปโทเคอร์เรนซี นักลงทุนมีความระมัดระวังมากขึ้นภายใต้บรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ส่งผลให้ตลาดหุ้นถูกกดดัน ขณะที่สินทรัพย์คริปโทอย่างบิตคอยน์และอีเธอเรียมเผชิญความผันผวนในระยะสั้นเมื่อสภาพคล่องตึงตัว พร้อมกันนั้น นักลงทุนบางส่วนมองว่าบิตคอยน์เป็นเครื่องมือในการป้องกันภาวะเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดแสดงพลวัตที่ซับซ้อนซึ่ง “การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง” และ “การป้องกันความเสี่ยง” อยู่ร่วมกัน
นักวิเคราะห์ชี้ว่า การที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นในระดับที่สูงมากเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก โดยปกติมักเกิดในช่วงสงคราม การกระทบกระเทือนด้านอุปทาน หรือวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งสะท้อนว่าตลาดอยู่ภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยภายนอกครั้งสำคัญ ไม่ใช่การขับเคลื่อนจากอุปสงค์ตามปกติ เพียงอย่างเดียว ในระยะสั้น แนวโน้มราคาน้ำมันยังคงพึ่งพาพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างมาก หากความขัดแย้งทวีความรุนแรง ราคามีโอกาสปรับขึ้นต่อ เพิ่มภาระให้กับเศรษฐกิจโลก หากสถานการณ์คลี่คลาย ตลาดอาจเกิดการย่อตัว แต่ความผันผวนยังคงยากที่จะหายไป
ในมุมมองเชิงมหภาค การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันไม่เพียงส่งผลต่อตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังลามไปสู่ระบบการเงินของโลกและตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมโยงที่ใกล้ชิดระหว่างราคาพลังงานกับเศรษฐกิจและราคาสินทรัพย์ นักลงทุนจึงจำเป็นต้องติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบิตคอยน์ อีเธอเรียม และตลาดหุ้นทั่วโลก
btc.bar.articles
ผู้ใช้งานบนเชนปิดสถานะ Long ของ BTC ที่ 76061 โดยเผชิญขาดทุน 646K–4.485M ดอลลาร์สหรัฐ
กองทุน Bitcoin ETF แบบ Spot ของสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิ 137.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 29 เมษายน ต่อเนื่องสตรีกการถอน 3 วัน
Bitcoin เพิ่มขึ้น 11.87%, Ethereum เพิ่มขึ้น 7.3% ในเดือนเมษายน 2026
กองทุน Bitcoin Spot ETF ของสหรัฐฯ ทำยอดไหลเข้าสุทธิสูงถึง 2.021 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน โดย BlackRock’s IBIT นำด้วย 2.013 พันล้านดอลลาร์
ออปชัน Bitcoin และ Ethereum มูลค่า 21.4 พันล้านดอลลาร์ หมดอายุวันนี้ ขณะที่ IV ลดลงอย่างรวดเร็ว
การถือครองของผู้ถือ Bitcoin ระยะสั้นเพิ่มขึ้นสู่ 3.68M BTC ณ วันที่ 1 พฤษภาคม เพิ่มขึ้น 300K จากระดับต่ำสุดช่วงล่าสุด